คนส่วนใหญ่มักภาพจำว่า "กระต่าย" เป็นสัตว์ที่บอบบาง น่ารัก และเอาแต่กระโดดไปมาเงียบ ๆ แต่ในความเป็นจริงตามธรรมชาติ พวกมันคือสัตว์ที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร (Prey Animals) หรือเป็นผู้ถูกล่าอยู่เสมอ ทำให้วิวัฒนาการได้สร้างระบบประสาทสัมผัส โดยเฉพาะ "ดวงตา" ของพวกมันออกมาราวกับมีพลังวิเศษ เพื่อให้สามารถรอดพ้นจากคมเขี้ยวของนักล่าได้อย่างเหลือเชื่อ
ตาของมนุษย์เราอยู่ด้านหน้า ทำให้เรามองเห็นภาพรวมกว้าง ๆ แค่ข้างหน้า แต่ดวงตาของกระต่ายถูกจัดวางให้อยู่ด้านข้างและนูนออก ซึ่งนี่คือทีเด็ดทางธรรมชาติครับ! มันช่วยให้กระต่ายมีมุมมองที่กว้างมากเกือบ 360 องศา พวกมันสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านบน ด้านข้าง และด้านหลังได้พร้อม ๆ กันในขณะที่กำลังก้มหน้ากินหญ้าอยู่ ทำให้ไม่มีนักล่าตัวไหนจะแอบย่องมาข้างหลังมันได้ง่าย ๆ
ถึงแม้จะมองเห็นได้รอบตัวเกือบ 360 องศา แต่รู้หรือไม่ว่ากระต่ายมี "จุดบอด (Blind Spot)" ขนาดใหญ่อยู่ตรง "บริเวณปลายจมูกและใต้คางของตัวเองพอดี" เนื่องจากตาอยู่ด้านข้าง ทำให้ภาพจากตาทั้งสองข้างไม่สามารถมาบรรจบกันที่ระยะใกล้ตรงหน้าตรงตาได้ ดังนั้น เวลาเรายื่นขนมหรือนิ้วมือเข้าไปตรงหน้ามันตรง ๆ มันจะไม่เห็นและอาจจะตกใจสะดุ้งหนี หรือเผลองับเพราะคิดว่าเป็นอาหารได้ วิธีเข้าหาที่ถูกต้องจึงควรเข้าจากทางด้านข้างเฉียง ๆ ครับ
กระต่ายไม่ใช่สัตว์ที่ออกหากินกลางคืน (Nocturnal) และไม่ใช่สัตว์กลางวัน (Diurnal) แต่พวกมันจัดอยู่ในกลุ่ม Crepuscular หรือสัตว์ที่แอคทีฟที่สุดในช่วง "พลบค่ำและรุ่งสาง" ซึ่งเป็นช่วงที่แสงสลัว ดวงตาของกระต่ายจึงมีเซลล์รับแสงที่ไวต่อแสงน้อยมาก โครงสร้างตาของมันช่วยให้เปิดรับแสงในความมืดได้ดีกว่าตาคนเราถึง 8 เท่า เพื่อให้มันสามารถออกหาอาหารในช่วงเวลาที่ปลอดภัยจากนักล่าสายตาเฉียบคมส่วนใหญ่ได้นั่นเอง