สำหรับใครที่เป็นทาสแมว คงไม่มีอะไรฟินไปกว่าการที่เจ้าเหมียวเดินขึ้นมาบนตัก ทิ้งตัวลงนั่ง แล้วเริ่มใช้ฝ่าเท้านุ่ม ๆ ทั้งสองข้างกดสลับไปมาบนตัวเราเหมือนกำลัง "นวด" อย่างตั้งอกตั้งใจ พฤติกรรมชวนอมยิ้มนี้มักมาพร้อมกับเสียงครางเครือ (Purring) เบา ๆ ในลำคอที่ทำให้ทาสอย่างเราเคลิ้มตามไปด้วย
แต่เคยสงสัยไหมครับว่า ภายใต้ฝ่าเท้ามังคุดคู่นั้น เจ้าเหมียวพยายามจะบอกอะไรเรากันแน่? นักพฤติกรรมสัตว์พบว่าการนวดของแมวไม่ใช่แค่การขยับร่างกายเล่น ๆ แต่แฝงไปด้วยสัญชาตญาณลึกซึ้งและอารมณ์ความรู้สึกที่ส่งตรงถึงทาส มาดู 3 เหตุผลหลักตามหลักวิทยาศาสตร์สัตวแพทย์ที่จะตอบคำถามว่า "ทำไมแมวถึงชอบนวด" กัน
พฤติกรรมการนวดนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "Kneading" ซึ่งเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด ลูกแมวจะใช้เท้าทั้งสองข้างนวดบริเวณเต้านมของแม่แมวเพื่อกระตุ้นให้น้ำนมไหลออกมาระหว่างที่กำลังกินนม ดังนั้น เมื่อแมวโตขึ้นแล้วยังคงทำพฤติกรรมนี้อยู่ โดยเฉพาะตอนที่อยู่บนเบาะนุ่ม ๆ หรือบนตักของเจ้าของ มันจึงเป็นสิ่งสะท้อนว่าพวกมันกำลังรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และผ่อนคลายเหมือนตอนที่ยังเป็นลูกแมวตัวน้อยที่อยู่กับแม่นั่นเอง
รู้หรือไม่ว่าที่อุ้งเท้าของแมวมีต่อมกลิ่น (Scent Glands) ซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก เวลาที่เจ้าเหมียวกดอุ้งเท้าลงบนตัวคุณ ผ้าห่ม หรือโซฟา ฟีโรโมนเฉพาะตัวของมันจะถูกปล่อยออกมาติดอยู่บนสิ่งนั้นด้วย ในทางจิตวิทยาของสัตว์เลี้ยง มันคือการแสดงอาณาเขตและบอกกับโลกว่า "คน ๆ นี้คือทาสของฉัน" หรือ "ตรงนี้เป็นเซฟโซนของฉันนะ" เป็นการแสดงความรักปนความเอาแต่ใจตามสไตล์แมว ๆ ที่น่าเอ็นดูที่สุด
นอกเหนือจากเรื่องอารมณ์และความรู้สึกแล้ว การนวดก็คือการออกกำลังกายและยืดกล้ามเนื้อตามธรรมชาติของแมวเช่นกัน เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่นอนหลับบ่อยและนอนเป็นเวลานานในแต่ละวัน การตื่นนอนแล้วเริ่มใช้เท้าหน้ากดและจิกเล็บลงบนพื้นผิวที่นุ่มนวล จะช่วยให้กล้ามเนื้อตั้งแต่ช่วงไหล่ หน้าอก ไปจนถึงอุ้งเท้าได้ยืดขยาย ช่วยระบบหมุนเวียนโลหิต และทำให้พวกมันพร้อมกลับมาปราดเปรียวอีกครั้ง