แม้ว่าเมียร์แคตจะเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์ แต่โครงสร้างร่างกายและวิถีชีวิตของพวกมันถูกออกแบบมาเพื่อล่าแมลงเป็นหลัก อาหารมากกว่าร้อยละแปดสิบในแต่ละวันจึงประกอบไปด้วยแมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดต่างๆ พวกมันใช้กรงเล็บที่แข็งแกร่งและประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมขุดลึกลงไปใต้ทรายเพื่อตามล่าด้วง ตัวอ่อนของแมลง กิ้งกือ และตะขาบ นอกจากนี้เมนูเด็ดที่พวกมันชื่นชอบเป็นพิเศษคือแมงป่อง เนื่องจากร่างกายของเมียร์แคตมีระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถต้านทานพิษของแมงป่องและงูบางชนิดได้ในระดับหนึ่ง เวลาล่าพวกมันจะจู่โจมอย่างรวดเร็วเพื่อตัดเหล็กไนออกก่อนจะกินอย่างปลอดภัย
ในกรณีที่แมลงเริ่มหายากหรือมีโอกาสเอื้ออำนวย เมียร์แคตจะยกระดับมื้ออาหารเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น กิ้งก่า งูขนาดเล็ก ไข่นก ลูกนก รวมถึงสัตว์ฟันแทะตัวจิ๋วที่อาศัยอยู่ตามทะเลทราย และเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่พวกมันอยู่อาศัยอย่างทะเลทรายคาลาฮารีนั้นแห้งแล้งมาก เมียร์แคตจึงแทบจะไม่เคยดื่มน้ำโดยตรงจากแหล่งน้ำธรรมชาติเลย แหล่งความชุ่มชื้นทั้งหมดที่ร่างกายได้รับจึงมาจากอาหารที่กินเข้าไป รวมถึงการขุดคุ้ยรากไม้ หัวพืชใต้ดิน และผลไม้ป่าตระกูลแตงทะเลทรายที่มีน้ำฉ่ำเพื่อช่วยดับกระหายและทดแทนน้ำในร่างกาย
ระบบเผาผลาญของเมียร์แคตทำงานรวดเร็วมากและร่างกายของพวกมันไม่มีกลไกในการสะสมไขมันส่วนเกินเหมือนสัตว์ทะเลทรายชนิดอื่น ส่งผลให้พวกมันจำเป็นต้องออกหาอาหารแทบจะตลอดทั้งวันในช่วงที่แสงแดดส่องสว่าง เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอในการเอาชีวิตรอดไปในแต่ละวัน ยิ่งไปกว่านั้นวิชาการล่าอาหารยังถูกส่งต่อกันในครอบครัวอย่างเป็นระบบ โดยเมียร์แคตตัวเต็มวัยจะทำหน้าที่เป็นครูผู้ฝึกสอนลูกๆ ด้วยการคาบแมลงป่องที่เด็ดเหล็กไนพิษออกแล้วมาให้ลูกๆ ได้ฝึกฝนทักษะการต่อสู้ ก่อนที่พวกตัวเล็กจะเติบโตไปเป็นยอดนักล่าที่สามารถหาอาหารเลี้ยงตัวเองและฝูงได้ในอนาคต