กระต่ายปุยฝ้ายตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารัก ตาโต แก้มป่อง ใครเห็นก็อยากพาเกลับบ้านใช่ไหมครับ? แต่รู้หรือไม่ว่า... กระต่ายเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่ "ถูกทิ้งและป่วยเสียชีวิตมากที่สุด" เพียงเพราะผู้อยู่อาศัยขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง
ถ้าคุณกำลังคิดจะเลี้ยงกระต่าย หยุดอ่านบทความนี้สัก 3 นาที เพื่อเช็กดูว่าคุณพร้อมจะรับมือกับ 5 เรื่องสำคัญต่อไปนี้แล้วหรือยัง!
กระต่ายเป็นสัตว์ที่ไม่ส่งเสียงร้องโวยวายเหมือนหมาหรือแมว แต่พวกเขาใช้ร่างกายในการสื่อสารอย่างชาญฉลาด ถ้าเราสังเกตดีๆ จะรู้ทันทีว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่
กระทืบเท้าเสียงดัง (Thumping): เมื่อกระต่ายใช้ขาหลังกระทืบพื้นจนเกิดเสียงดังปัง! นั่นแปลว่าพวกเขากำลัง "กลัว ตกใจ หรือระแวง" สิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็นสัญชาตญาณเตือนภัยขั้นสุด
เอาคางถูไปทั่ว (Chinning): กระต่ายมีต่อมกลิ่นอยู่ที่คาง (มนุษย์ไม่ได้กลิ่น) การที่เขาเอาคางไปถูเฟอร์นิเจอร์ ขอบกรง หรือแม้แต่ขาของคุณ แปลว่าเขากำลังประกาศว่า "นี่คืออาณาเขตของฉัน! คุณก็เป็นของฉันนะ"
ท่าทิ้งตัวแบนราบ (Sploot): หากกระต่ายของคุณนอนเหยียดขาหลังไปข้างหลัง หรือนอนตะแคงข้างแล้วหลับตาพริ้ม นั่นคือสัญญาณที่บอกว่า "ฉันปลอดภัยและผ่อนคลายมากๆ"
วิ่งวนรอบขา (Circling): หากพวกเขาตัวติดคุณ วิ่งวนเป็นเลขแปดรอบขาของคุณเวลาเดิน แสดงถึงความรัก ความตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอ หรือในกระต่ายที่โตแล้วอาจเป็นการแสดงความเกี้ยวพาราสี
ระบบย่อยอาหารของกระต่ายละเอียดอ่อนมาก ความเชื่อเก่าๆ ที่ว่ากระต่ายกินแครอทหรือผักบุ้งเป็นหลักเป็นเรื่องที่อันตรายและทำให้น้องท้องอืดตายได้ง่ายๆ สูตรอาหารที่ถูกต้องสำหรับกระต่ายโต (อายุ 6 เดือนขึ้นไป) คือ 80-15-5
80% ต้องเป็น "หญ้าแห้ง" (Timothy Grass): หญ้าแห้งมีไฟเบอร์สูงมาก ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ขยับตัวตลอดเวลา และสิ่งสำคัญที่สุดคือ "ช่วยลับฟัน" เนื่องจากฟันของกระต่ายงอกยาวขึ้นทุกวัน หากไม่ได้เคี้ยวหญ้า ฟันจะยาวจนแทงเหงือกทะลุกระพุ้งแก้มจนกินอาหารไม่ได้
15% คือ "ผักใบเขียว": ช่วยเสริมวิตามินและน้ำ เช่น ผักชีฝรั่ง, ใบกะเพรา, หรือกวางตุ้ง (ควรเลี่ยงผักที่มีแก๊สเยอะ เช่น กะหล่ำปลี)
5% คือ "อาหารเม็ดและขนม": อาหารเม็ดควรให้จำกัดเพียงวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ เพื่อไม่ให้น้องอ้วนเกินไป ส่วนผลไม้หวานๆ หรือแครอท ให้จำกัดเป็นเพียงของรางวัลชิ้นเล็กๆ นานๆ ครั้งพอครับ
ในธรรมชาติกระต่ายเป็นผู้ถูกล่า พวกเขาจึงมีสัญชาตญาณในการ "เก็บอาการป่วย" เพื่อไม่ให้ดูอ่อนแอต่อหน้าศัตรู กว่าที่เจ้าของจะเห็นว่าน้องซึม แปลว่าน้องป่วยหนักแล้ว หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เฉพาะทาง (Exotic Pet) ทันที
ภาวะลำไส้อืด (GI Stasis): สังเกตได้จากการที่กระต่าย "ไม่กินอาหารและไม่ถ่ายอึ" นานเกิน 12 ชั่วโมง หรืออึมีขนาดเล็กลงเท่าเม็ดพริกไทย น้องจะนั่งคุดคู้เพราะปวดท้อง ภาวะนี้อันตรายถึงชีวิตหากรักษาไม่ทันเวลา
ปัญหาโรคผิวหนัง: หากบริเวณผิวหนัง ขอบหู หรือตามตัว มีอาการขนร่วง ผิวแห้ง หรือพบ "สะเก็ดสีขาวหนาๆ และมีอาการคัน" มักเป็นสัญญาณของเชื้อราหรือไรฝุ่นที่ต้องได้รับการรักษาและพ่นยา/หยดยาอย่างถูกต้อง
น้ำมูกไหลและจมูกเปียก: กระต่ายหายใจทางจมูกเป็นหลัก หากจมูกมีน้ำมูกเปียกชื้น หรือมีเสียงหายใจครืดคราด แปลว่ากำลังมีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ
การปล่อยให้กระต่ายออกมาวิ่งเล่นในบ้านเป็นเรื่องดี แต่ต้องจัดการพื้นที่ให้ปลอดภัยทั้งต่อตัวกระต่ายและเฟอร์นิเจอร์ของเรา:
สงครามสายไฟ: สำหรับกระต่าย สายไฟคือรากไม้ที่ต้องแทะให้ขาด! ควรใช้ท่อร้อยสายไฟพลาสติกแบบหนาหุ้มสายไฟทุกเส้นในบ้าน หรือเก็บขึ้นที่สูงทันที
ระวังพื้นกระเบื้องลื่นๆ: กระต่ายไม่มีอุ้งเท้านุ่มๆ เหมือนหมาแมว แต่มีขนหนารองรับใต้เท้า การเดินบนพื้นกระเบื้องลื่นๆ นานๆ จะทำให้ขาแบะและส่งผลต่อข้อต่อสะโพก ควรหาพรมหรือเสื่อน้ำมันแบบไม่ลื่นมาปูในโซนวิ่งเล่น
บอกลาแผลที่ส้นเท้า (Sore Hocks): หากเลี้ยงในกรง ไม่ควรใช้กรงที่เป็นตะแกรงลวดเปลือยๆ เพราะจะกัดเท้ากระต่ายจนเป็นแผลอักเสบติดเชื้อ ควรมีแผ่นพลาสติกรองกรง หรือปูหญ้า/พรมให้นุ่มเท้า
กระต่ายเป็นสัตว์ที่ขี้กลัว การเข้าหาที่ผิดวิธีจะทำให้เขาฝังใจและกลัวคนไปตลอดชีวิต
อย่ารีบอุ้มลอยขึ้นฟ้า: การโดนอุ้มลอยขึ้นที่สูงทำให้กระต่ายรู้สึกเหมือนกำลังโดนนกเหยี่ยวโฉบไปกิน (สัญชาตญาณสัตว์ป่า) น้องจะตกใจระแวง
ใช้วิธีลงไปนอนราบกับพื้น: ให้ลดตัวลงไปนอนราบกับพื้นในระดับเดียวกับเขา นั่งเล่นมือถือเงียบๆ แล้วปล่อยให้เขาเดินเข้ามาดม สำรวจ หรือปีนบนตัวเราเองเพื่อให้เขาเรียนรู้ว่าเราไม่ใช่ศัตรู
เกาจุดฟิน: จุดที่กระต่ายชอบให้สัมผัสมากที่สุดคือ บริเวณหน้าผาก ระหว่างตา และโคนหู หากเราลูบเบาๆ เขาจะยอมหมอบนิ่ง และถ้าได้ยินเสียงเคี้ยวฟันกึกๆ เบาๆ นั่นแปลว่าเขากำลังฟินและไว้ใจคุณสุดๆ ครับ
บทสรุปสำหรับคนรักกระต่าย: การเลี้ยงกระต่ายไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใช้ความใส่ใจและเวลาอย่างมาก หากคุณเข้าใจวิถีชีวิต อาหาร และการแสดงออกของเขา กระต่ายน้อยตัวนี้จะกลายเป็นเพื่อนแท้ที่อยู่สร้างรอยยิ้มให้คุณได้นานถึง 8-12 ปีเลยทีเดียว!