ถ้าพูดถึงสัตว์ทะเลที่ฉลาด แสนรู้ และครองใจคนทั่วโลกได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้น "โลมา" (Dolphin) แต่รู้ไหมครับว่า ภายใต้รอยยิ้มพิมพ์ใจและท่าทางกระโดดน้ำอันน่ารักนั้น โลมายังมีเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ซ่อนอยู่อีกมากมาย วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 5 เรื่องสุดทึ่งของพวกมันกันครับ!
หลายคนติดปากเรียกว่า "ปลาโลมา" แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว โลมาคือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่นเดียวกับมนุษย์เราครับ พวกมันออกลูกเป็นตัว, เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม, มีปอดไว้สำหรับหายใจ (ต้องขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำผ่านช่องหายใจด้านบนศีรษะ) และที่สำคัญคือพวกมันเป็นสัตว์เลือดอุ่น ไม่ใช่สัตว์เลือดเย็นเหมือนปลาทั่วไป
นี่คือความสามารถสุดเจ๋งเพื่อการเอาชีวิตรอด! เวลาโลมานอนหลับ สมองของมันจะพักผ่อนทีละครึ่งซีก โดยตาข้างหนึ่งจะหลับ แต่อีกข้างจะลืมไว้เพื่อคอยระวังภัยจากนักล่า และคอยสั่งการให้ร่างกายโผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำได้อย่างปลอดภัย เมื่อสมองซีกหนึ่งพักเต็มที่แล้ว มันก็จะสลับให้อีกซีกได้พักผ่อนแทน
โลมาขึ้นชื่อเรื่องความฉลาดและระบบสมองที่ซับซ้อน งานวิจัยพบว่าพวกมันมี "เสียงผิวปากเฉพาะตัว" (Signature Whistles) ซึ่งทำหน้าที่เหมือน "ชื่อ" ที่ใช้ระบุตัวตนและใช้เรียกขานกันในกลุ่ม นอกจากนี้พวกมันยังมีทักษะการเรียนรู้สูง สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะสิ่งของ และส่งต่อความรู้หรือวิธีการล่าเหยื่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ด้วย
นอกจากสายตาที่มองเห็นได้ดีทั้งในน้ำและบนบกแล้ว โลมายังมีระบบเรดาร์ธรรมชาติที่เรียกว่า Echolocation โดยการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงออกไปกระทบวัตถุหรือเหยื่อด้านหน้า แล้วรอรับคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมา ทำให้พวกมันรู้ได้ทันทีว่าวัตถุนั้นคืออะไร อยู่ห่างแค่ไหน และเคลื่อนที่เร็วเท่าไหร่ แม้จะอยู่ในน้ำที่มืดสนิทก็ตาม
โลมาเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูงและมีความผูกพันกันสูงมาก พวกมันมักจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันในกลุ่ม เช่น ช่วยกันดูแลแม่โลมาที่เพิ่งคลอดลูก หรือช่วยพยุงเพื่อนตัวที่บาดเจ็บให้ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบันทึกประวัติศาสตร์มากมายที่โลมาป่าเข้ามาช่วยปกป้องมนุษย์จากการถูกฉลามโจมตี หรือช่วยนำทางเรือที่หลงทางอีกด้วย
สรุป โลมาไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีระบบชีววิทยาที่น่าทึ่งและมีความฉลาดล้ำลึก การร่วมกันอนุรักษ์ท้องทะเลไม่ให้ปนเปื้อนขยะพลาสติกและสารเคมี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษา "รอยยิ้มแห่งมหาสมุทร" นี้ให้อยู่คู่โลกเราไปนานๆ ครับ