เวลาเจ้าตัวเล็กเดินมาจุ๊บแล้วได้กลิ่นปากแรงๆ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติของหมาแมว แค่ซื้อขนมขัดฟันให้เคี้ยวก็น่าจะจบ... แต่ความจริงแล้ว กลิ่นปากคือสัญญาณเตือนแรกของ "คราบหินปูนสะสม" และถ้าปล่อยทิ้งไว้ เรื่องนี้อาจลามไปไกลจนถึงขั้นทำลาย หัวใจ และ ไต ของน้องได้เลย
จากคราบเหลืองที่ฟัน... กลายเป็นโรคหัวใจได้ยังไง?
กลไกมันน่ากลัวกว่าที่คิดครับ:
คราบจุลินทรีย์สะสม: หลังกินอาหาร เศษอาหารจะทำปฏิกิริยากับน้ำลาย กลายเป็นคราบเมือกเกาะฟัน ถ้าไม่ได้แปรงออก แค่ 2–3 วัน มันจะเริ่มแข็งตัวกลายเป็น หินปูน
เหงือกอักเสบจนเลือดออก: หินปูนจะดันตัวลงไปใต้ร่องเหงือก ทำให้เหงือกบวมแดง อักเสบ และมีเลือดซึมออกมาตลอดเวลา
แบคทีเรียไหลเข้าเส้นเลือด: ทุกครั้งที่น้องเคี้ยวอาหาร แบคทีเรียในช่องปากจะหลุดเข้าสู่กระแสเลือดผ่านแผลที่เหงือก
ลอยไปเกาะที่ลิ้นหัวใจ: เชื้อพวกนี้ชอบไปเกาะตามผนังลิ้นหัวใจ ทำให้เกิดภาวะ ลิ้นหัวใจอักเสบและรั่ว กล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนักขึ้นจนนำไปสู่หัวใจล้มเหลว แถมสารพิษยังทำให้ไตเสื่อมลงอีกด้วย
เช็กด่วน! น้องที่บ้านมีอาการเหล่านี้ไหม?
กลิ่นปากแรงชัดเจน แค่อ้าปากก็ได้กลิ่น
มีคราบสีเหลืองหรือน้ำตาลเกาะหนาตรงโคนฟัน
ขอบเหงือกแดงจัด หรือมีเลือดซึมตอนแทะของเล่น
กินข้าวยาก เคี้ยวข้างเดียว หรือเปลี่ยนมากินอาหารเม็ดช้าลงผิดปกติ
ชอบเอามือเขี่ยๆ ถูๆ แถวปากบ่อยๆ
วิธีดูแลช่องปากลูกๆ ให้สะอาด ปลอดภัยจากโรค
แปรงฟันคืองานหลัก: ฝึกแปรงฟันให้น้องตั้งแต่เนิ่นๆ โดยใช้ ยาสีฟันสำหรับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น (ห้ามใช้ยาสีฟันคนเด็ดขาด เพราะสารไซลิทอลและฟลูออไรด์เป็นพิษต่อน้อง)
ตัวช่วยเสริม: ใช้น้ำยาผสมน้ำดื่มลดกลิ่นปาก สเปรย์พ่นฟัน หรือขนมขัดฟันที่ได้มาตรฐาน (เป็นตัวช่วยเสริม แต่แทนการแปรงฟัน 100% ไม่ได้)
ให้คุณหมอตรวจช่องปากปีละครั้ง: พาน้องไปตรวจฟันเป็นประจำ หากหินปูนเกาะหนามาก การพาไป ขูดหินปูนแบบดมยาสลบ กับสัตวแพทย์คือวิธีที่เคลียร์เชื้อโรคใต้ร่องเหงือกได้เกลี้ยงที่สุด
อย่าปล่อยให้คราบหินปูนเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ มาเริ่มดูแลฟันน้องๆ ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้พวกเขามีรอยยิ้มสดใสและอยู่กับเราไปนานๆ