blogpic1

อยากทำฟาร์มแพะเริ่มยังไง?

  • ฟาร์มสัตว์เลี้ยง
  • สัตว์ทั่วไป
  • ThaiPet
  • 11 Sep, 2026
  • 4

การเลี้ยงแพะในประเทศไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงปศุสัตว์เพื่อการค้าและฟาร์มเชิงท่องเที่ยว ด้วยข้อดีที่เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก ใช้พื้นที่ไม่มาก และให้ผลตอบแทนได้เร็ว ทว่าความสำเร็จของฟาร์มขึ้นอยู่กับการวางแผนจัดการตั้งแต่การเลือกพันธุ์ โรงเรือน โภชนาการ และการควบคุมโรคอย่างเป็นระบบ

อยากทำฟาร์มแพะเริ่มยังไง? คู่มือพื้นฐานการจัดการฟาร์มแพะฉบับถูกต้อง

การเลี้ยงแพะในประเทศไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงปศุสัตว์เพื่อการค้าและฟาร์มเชิงท่องเที่ยว ด้วยข้อดีที่เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก ใช้พื้นที่ไม่มาก และให้ผลตอบแทนได้เร็ว ทว่าความสำเร็จของฟาร์มขึ้นอยู่กับการวางแผนจัดการตั้งแต่การเลือกพันธุ์ โรงเรือน โภชนาการ และการควบคุมโรคอย่างเป็นระบบ

1 รู้จักสายพันธุ์แพะยอดนิยมในไทย

แพะพันธุ์บอร์ (Boer) ต้นกำเนิดจากประเทศแอฟริกาใต้ มีลักษณะเด่นคือลำตัวสีขาว หัวและคอเป็นสีน้ำตาลแดง ใบหูปรก โตไวและให้กล้ามเนื้อแน่น เหมาะสำหรับเลี้ยงเป็นแพะเนื้อ น้ำหนักตัวเต็มวัยของพ่อพันธุ์เฉลี่ย 90–130 กิโลกรัม ส่วนแม่พันธุ์อยู่ที่ 65–80 กิโลกรัม

แพะพันธุ์ซาเนน (Saanen) แพะพันธุ์นมมาตรฐานสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีขนสั้นสีขาวหรือสีครีม ใบหน้าตรง หูตั้งชี้ไปข้างหน้า สามารถให้น้ำนมคุณภาพดีเฉลี่ยวันละ 2–4 ลิตร

แพะพันธุ์พื้นเมืองไทย มีขนาดตัวเล็ก ขนสั้น คละหลากสี ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้นและโรคพยาธิได้ดี จึงนิยมนำมาเป็นแม่พันธุ์พื้นฐานเพื่อผสมข้ามสายพันธุ์กับแพะบอร์

2 มาตรฐานการสร้างโรงเรือนและการจัดการคอก

โรงเรือนยกพื้นสูง ตัวคอกควรยกพื้นสูงจากดิน 1–1.5 เมตร เพื่อเปิดทางให้มูลและปัสสาวะตกลงสู่ด้านล่าง ช่วยลดกลิ่นแอมโมเนียและลดการหมักหมมของสิ่งสกปรก

พื้นไม้ระแนง ร่องระหว่างแผ่นไม้ต้องเว้นระยะห่างประมาณ 1.5–2 เซนติเมตร หากแคบเกินไปมูลจะไม่หล่น แต่หากกว้างเกินไป ขากีบแพะจะตกร่องจนเกิดอุบัติเหตุขาหักได้

พื้นที่เลี้ยงต่อตัว สำหรับแพะโตเต็มวัย ควรมีพื้นที่อย่างน้อย 1.5 ตารางเมตรต่อตัว และสำหรับแม่แพะเลี้ยงลูก ควรจัดสรรพื้นที่ประมาณ 2 ตารางเมตรต่อตัว

ทิศทางและการระบายอากาศ ควรวางแนวยาวของโรงเรือนไปตามทิศตะวันออก-ตะวันตก เพื่อป้องกันแดดส่องเข้าคอกโดยตรง โครงสร้างต้องโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพราะแพะไวต่อความชื้นและเป็นโรคปอดบวมได้ง่าย

3 โภชนาการและการให้อาหารที่ถูกต้อง

อาหารหยาบ (70–80% ของอาหารทั้งหมด) เนื่องจากเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง เยื่อใยจึงจำเป็นต่อกระเพาะหมัก พืชอาหารสัตว์ที่เหมาะสม ได้แก่ หญ้าเนเปียร์ หญ้าแพงโกล่า หญ้ารูซี่ รวมถึงใบพืชโปรตีนสูงอย่างใบกระถิน

อาหารข้น (1–1.5% ของน้ำหนักตัวต่อวัน) เสริมอาหารข้นที่มีโปรตีน 14–16% เพื่อให้พลังงานเพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่มแพะระยะอุ้มท้องและแม่แพะให้นม

แร่ธาตุก้อนและน้ำดื่ม ต้องมีแร่ธาตุก้อนเฉพาะสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้องแขวนไว้ในคอกให้เลียกินตลอดเวลา พร้อมน้ำดื่มสะอาดที่เปลี่ยนใหม่อย่างสม่ำเสมอ

4 โปรแกรมสุขภาพและการป้องกันโรค

วัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ทำการฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันปีละ 2 ครั้ง (ทุกๆ 6 เดือน)

การควบคุมพยาธิ ตรวจและให้ยาถ่ายพยาธิทั้งในระบบทางเดินอาหารและพยาธิใบไม้ตับทุก 3–4 เดือน โดยเน้นช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูฝน

การตัดแต่งกีบเท้า ตรวจและเล็มกีบเท้าทุก 1–2 เดือน เพื่อป้องกันกีบยาวผิดรูป ขางอ และลดความเสี่ยงการเกิดโรคกีบเน่า

ข้อควรระวังเรื่องพืชพิษ ห้ามให้แพะกินมันสำปะหลังดิบหรือเปลือกมันสำปะหลังโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีสารไซยาไนด์ (Cyanide) ซึ่งส่งผลให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย ทำให้แพะช็อกและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว