นกปากขอ (Psittaciformes) เช่น นกฟอร์พัส เลิฟเบิร์ด ค็อกคาเทล และคอนัวร์ เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเสน่ห์ ฉลาด และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงสูง อย่างไรก็ตาม นกกลุ่มนี้ต้องการการดูแลเฉพาะทางที่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างสิ้นเชิง
ขนาดกรง: ต้องกว้างพอให้นกกางปีกบินขยับได้อย่างน้อย 1–2 ช่วงปีก ไม่ควรเน้นกรงทรงสูงทรงแคบ แต่ควรเน้นกรงแนวกว้าง
คอนเกาะ (Perch): หลีกเลี่ยงคอนพลาสติกผิวเรียบขนาดเท่ากันทั้งอัน เพราะจะทำให้เกิดแผลกดทับที่ฝ่าเท้า (Bumblefoot) ควรใช้คอนไม้ธรรมชาติที่มีขนาดและผิวสัมผัสขรุขระหลากหลาย เพื่อบริหารกล้ามเนื้อนิ้วเท้า
ตำแหน่งตั้งกรง: อยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทดี ไม่โดนลมแอร์หรือพัดลมเป่าตรงตัว มีแสงแดดรำไรตอนเช้า และไม่อยู่ใกล้ห้องครัว
อาหารหลัก (60–70%): อาหารเม็ดสำเร็จรูป (Pellet) สูตรสำหรับนกปากขอ เพื่อให้ได้สารอาหารและแร่ธาตุครบถ้วน
อาหารเสริม (20–30%): ผักสด เช่น บรอกโคลี แครอท ตำลึง ฟักทอง ข้าวโพด และผลไม้หวานน้อย
ธัญพืชและเมล็ดทานตะวัน (10%): ให้เป็นรางวัลหรือฝึกบิน ไม่ควรให้เป็นอาหารหลักตลอดวันเพราะมีไขมันสูง ทำให้ตับเสื่อม
อาหารอันตรายห้ามให้เด็ดขาด: อะโวคาโด ช็อกโกแลต คาเฟอีน หัวหอม กระเทียม และอาหารปรุงรสเค็ม/หวานของคน
ระบบหายใจของนกบอบบางและดูดซึมสารพิษไวกว่ามนุษย์หลายเท่า:
ห้ามตั้งกรงใกล้เตาแก๊สหรือกระทะเทฟลอนร้อนจัด: ไอระเหยจากสารเคลือบกระทะเป็นพิษรุนแรงทำให้นกตายเฉียบพลัน
งดสเปรย์และสารเคมีทุกชนิด: เช่น น้ำหอม สเปรย์ปรับอากาศ ยาฉีดยุง น้ำยาถูพื้นที่มีกลิ่นฉุน ควันธูป และควันบุหรี่
การมีปฏิสัมพันธ์: นกเป็นสัตว์สังคมฝูง จำเป็นต้องได้ออกจากกรงมาเล่นและมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงต่อวัน
ของเล่นกัดแทะ: ต้องมีของเล่นไม้ เชือกมะนิลา หรือกระดาษชานอ้อยให้นกได้ขบแทะ เพื่อรักษาระดับความยาวของจงอยปากและลดความเครียด
การนอนหลับ: นกต้องการการนอนหลับในที่มืดและเงียบสนิทอย่างน้อย 10–12 ชั่วโมงต่อวัน ควรใช้ผ้าคลุมกรงเมื่อถึงเวลานอน
สัญชาตญาณสัตว์ป่าทำให้นกมักซ่อนอาการป่วยจนกระทั่งเริ่มทนไม่ไหว หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์สัตว์พิเศษ (Exotic Vet):
นอนพองขนตลอดทั้งวัน ยืนซุกหัวใต้ปีก
ก้นเลอะมูล หรือมูลเปลี่ยนเป็นน้ำใส/สีผิดปกติ
เกาะพื้นกรง ไม่ยอมขึ้นคอน
อ้าปากหายใจ หรือมีเสียงหายใจครืดคราด