โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) นับเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆ ที่พบบ่อยในแมว โดยเฉพาะแมวที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ความน่ากลัวของโรคนี้คือการดำเนินไปอย่างเงียบๆ โดยไตจะค่อยๆ สูญเสียประสิทธิภาพในการกรองของเสียทีละน้อย กว่าเจ้าของจะสังเกตเห็นอาการชัดเจน เนื้อเยื่อไตมักถูกทำลายไปแล้วมากกว่า 65–75% ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาสมบูรณ์ได้เหมือนเดิม
กินน้ำเยอะผิดปกติ (Polydipsia): เมื่อไตไม่สามารถดูดน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายแมวจะขาดน้ำ ส่งผลให้แมวพยายามดื่มน้ำบ่อยขึ้น เดินวนเวียนตามก๊อกน้ำ ชามน้ำ หรือแหล่งน้ำอื่นๆ มากกว่าปกติ
ปัสสาวะบ่อยและปริมาณมาก (Polyuria): ปริมาณก้อนทรายแมวในกระบะจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก้อนปัสสาวะมีขนาดใหญ่และจับตัวกันหลายก้อน เนื่องจากไตไม่สามารถกรองน้ำปัสสาวะให้เข้มข้นได้
ขนหยาบ แห้งกร้าน และไม่เงางาม: ร่างกายที่มีภาวะขาดน้ำสะสม ประกอบกับการสะสมของเสียในกระแสเลือด จะทำให้สุขภาพผิวหนังและขนเสื่อมสภาพ แมวจะเลียแต่งขนน้อยลง ขนพันกันง่ายและดูโทรม
น้ำหนักลดลงและเบื่ออาหาร: ของเสียที่คั่งค้างในร่างกายทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ มีแผลในช่องปาก หรือเกิดภาวะกรดไหลย้อน แมวจะเริ่มเลือกกิน กินน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และกล้ามเนื้อลีบฝ่อลง
แนวทางการป้องกันและการดูแลอย่างถูกวิธี
ควบคุมฟอสฟอรัสและโปรตีน: หลีกเลี่ยงอาหารที่มีฟอสฟอรัสและโซเดียมสูง รวมถึงอาหารคนปรุงสุก สำหรับแมวกลุ่มเสี่ยงควรเลือกใช้อาหารสูตรเฉพาะที่สัตวแพทย์แนะนำ ซึ่งมีโปรตีนคุณภาพสูงย่อยง่ายและคุมระดับแร่ธาตุอย่างเคร่งครัด
กระตุ้นการกินน้ำ: จัดวางชามน้ำหลายๆ จุดในบ้าน ใช้น้ำพุแมวเพื่อกระตุ้นความสนใจ หรือให้อาหารเปียก (Wet Food) เสริมเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน
แมวอายุ 7 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยทุกๆ 6–12 เดือน
การตรวจเลือดวัดค่า Creatinine, BUN และการตรวจระดับโปรตีนตัวบ่งชี้การทำงานของไตอย่าง SDMA สามารถช่วยตรวจพบความผิดปกติของไตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (ตั้งแต่ไตเสียหายเพียง 25–40%) ซึ่งช่วยให้เริ่มการชะลอความเสื่อมของไตได้ทันท่วงที
การหมั่นสังเกตพฤติกรรมการดื่มน้ำและการขับถ่ายของน้องแมวทุกวัน ร่วมกับการพาไปตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยยืดอายุและรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีของแมวที่คุณรักให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ