blogpic1

SFTS ไวรัสจากเห็บกัด?

  • สัตว์ทั่วไป
  • ThaiPet
  • 18 Sep, 2026
  • 4

สำหรับผู้ที่เลี้ยงสุนัขและแมว เห็บและหมัดอาจดูเหมือนเป็นเพียงปรสิตที่สร้างความรำคาญหรือก่อให้เกิดโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง แต่ในทางการแพทย์ ปรสิตตัวเล็กเหล่านี้เป็นพาหะนำโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonosis) ที่อันตรายอย่างยิ่ง หนึ่งในนั้นคือโรค SFTS (Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome) หรือกลุ่มอาการไข้รุนแรงร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งมีรายงานการติดเชื้อและการเสียชีวิตในมนุษย์ โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ช่องทางการแพร่กระจายเชื้อสู่คน

เชื้อไวรัส SFTS เป็นไวรัสในกลุ่ม Bunyavirus ซึ่งมีเห็บ (โดยเฉพาะเห็บในจีนัส Haemaphysalis) เป็นพาหะหลัก การติดต่อมาสู่ผู้เลี้ยงเกิดขึ้นได้ผ่านหลายช่องทาง:

การถูกเห็บที่มีเชื้อกัดโดยตรง: เห็บบนตัวสุนัขหรือแมวสามารถหลุดร่วงลงตามเบาะนอน โซฟา หรือพื้นบ้าน และไต่มากัดผิวหนังมนุษย์เพื่อดูดเลือด

การบี้เห็บด้วยมือเปล่า: พฤติกรรมยอดฮิตที่อันตรายมาก คือการใช้เล็บหรือนิ้วบี้ตัวเห็บให้แตก ของเหลวและเลือดที่มีเชื้อไวรัสเข้มข้นสามารถซึมผ่านบาดแผลเล็กๆ ผิวหนังถลอก หรือเข้าตาได้ทันที

การสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ป่วย: หากสัตว์เลี้ยงติดเชื้อและแสดงอาการป่วย เลือด น้ำลาย หรือสารคัดหลั่งของสัตว์จะมีเชื้อไวรัสอยู่ การดูแลใกล้ชิดโดยไม่ป้องกันจึงเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อ

สัญญาณเตือนและอาการที่ต้องสังเกต

อาการในคน: หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 1–2 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะเริ่มมีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย จุดเด่นทางห้องปฏิบัติการคือ เกล็ดเลือดและเม็ดเลือดขาวจะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเลือดออกง่าย และหากเข้าสู่ภาวะรุนแรงอาจทำให้อวัยวะภายในหลายระบบล้มเหลวจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

อาการในสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว): สัตว์เลี้ยงอาจมีอาการซึม มีไข้ เบื่ออาหาร อาเจียน ตาหรือเหงือกซีด และอาจพบจุดเลือดออกตามเยื่อบุช่องปากหรือผิวหนัง

แนวทางป้องกันและกำจัดเห็บอย่างปลอดภัย

ใช้ยาป้องกันปรสิตสม่ำเสมอ: ให้สัตว์เลี้ยงได้รับยาหยอดหลัง ยาเม็ดเคี้ยว หรือปลอกคอป้องกันเห็บหมัดที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์เป็นประจำตามรอบกำหนด

ห้ามบี้เห็บเด็ดขาด: หากพบเห็บเกาะบนตัวสัตว์ ให้ใช้ปากคีบ (แหนบ) คีบที่ส่วนหัวของเห็บให้ชิดผิวหนังที่สุดแล้วดึงขึ้นตรงๆ ช้าๆ เพื่อไม่ให้หัวเห็บขาดฝังในเนื้อ จากนั้นทิ้งลงในขวดแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่เข้มข้นเพื่อทำลาย

ตรวจร่างกายหลังกิจกรรมกลางแจ้ง: สำรวจซอกนิ้ว ใบหู รอบดวงตา และใต้คอของสัตว์เลี้ยงทุกครั้งหลังจากพาไปเดินเล่นบนสนามหญ้าหรือพื้นที่รกชื้น

ทำความสะอาดบ้านและพื้นที่เลี้ยง: ดูดฝุ่น ซักผ้าปูที่นอนของสัตว์เลี้ยงด้วยน้ำร้อน และฉีดพ่นยากำจัดเห็บตามร่องแตกของผนังและพื้นบ้านซึ่งเป็นแหล่งหลบซ่อนและวางไข่

การดูแลกำจัดเห็บหมัดจึงไม่ได้เป็นเพียงการดูแลสุขอนามัยของสัตว์เลี้ยง แต่เป็นมาตรการสำคัญในการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของสมาชิกทุกคนในบ้านจากโรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว