blogpic1

ฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง ดีอย่างไร?

  • สัตว์ทั่วไป
  • ThaiPet
  • 21 Oct, 2026
  • 14

บังคับใช้ข้อบัญญัติใหม่ในปี 2569 ให้เจ้าของต้องนำสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) ไป จดทะเบียนและฝังไมโครชิป พร้อมควบคุมจำนวนการเลี้ยงตามขนาดพื้นที่อาศัย

บทความนี้ได้รวบรวมข้อควรรู้ ประโยชน์ของการฝังไมโครชิป ขั้นตอนเมื่อสัตว์เลี้ยงสูญหาย และข้อกฎหมายสำคัญ เพื่อให้เจ้าของเตรียมความพร้อมกัน

1. ไมโครชิป (Microchip) คืออะไร? และทำงานอย่างไร?

ไมโครชิป คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าว ผลิตจากวัสดุพิเศษที่มีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และคงไมโครชิปไว้ในร่างกายสัตว์ได้ตลอดชีวิต

ตำแหน่งและวิธีการฝัง: สัตวแพทย์จะทำการฉีดฝังไมโครชิปไว้บริเวณ ด้านหลังคอ ของสัตว์เลี้ยง โดยไม่จำเป็นต้องวางยาสลบ (สัตว์เลี้ยงอาจรู้สึกตกใจเพียงเล็กน้อย)

สัตว์ที่แนะนำ: สุนัข แมว นก ฯลฯ แนะนำให้เริ่มฝังเมื่อสัตว์มีอายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป สุขภาพแข็งแรง และอยู่ในช่วงที่ควบคุมได้ง่าย

ข้อมูลในไมโครชิป: เปรียบเสมือน "บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง" โดยเก็บเลขรหัสประจำตัวที่ไม่ซ้ำกัน 15 หลัก ซึ่งใช้เป็นกุญแจสำหรับไขเข้าไปดูฐานข้อมูลสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่:

ข้อมูลสัตว์เลี้ยง: ชื่อ, สายพันธุ์, เพศ, สี, อายุ

ข้อมูลเจ้าของ: ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้จริง

ข้อมูลโรงพยาบาล/คลินิก: สถานที่ทำการฝังไมโครชิป

2. 5 ประโยชน์สำคัญของการฝังไมโครชิป

ป้องกันการสูญหาย พลัดหลง หรือถูกขโมย: หากมีผู้พบเห็นสัตว์เลี้ยง สามารถสแกนอ่านรหัสเพื่อติดต่อคืนเจ้าของได้ง่าย

ยืนยันความเป็นเจ้าของ: ใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้อย่างชัดเจน หากเกิดข้อพิพาทเรื่องสิทธิ์ในการเลี้ยงดู

ใช้ยืนยันสายพันธุ์และการซื้อขาย: สามารถใช้ยืนยันตัวตนทดแทนใบเพ็ดดีกรี (Pedigree) ในการซื้อขายสัตว์เลี้ยง

จำเป็นสำหรับการเดินทางต่างประเทศ: หลายประเทศทั่วโลกกำหนดให้สัตว์เลี้ยงต้องฝังไมโครชิปก่อนอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ

ใช้งานได้ตลอดชีวิต: ไม่สูญหาย หลุด หรือชำรุดเหมือนป้ายชื่อห้อยคอทั่วไป

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ GPS: ไมโครชิป "ไม่มีระบบ GPS" จึงไม่สามารถระบุพิกัดตำแหน่งของสัตว์เลี้ยงแบบ Real-time ได้ แต่ทำหน้าที่ระบุตัวตนและข้อมูลเจ้าของเมื่อมีผู้สแกนตรวจพบเท่านั้น

3. ไขข้อข้องใจเรื่องข้อบังคับและกฎหมาย (บังคับใช้ปี 2569)

Q: ฝังไมโครชิปอย่างเดียว แต่ไม่จดทะเบียนได้ไหม?

ไม่ได้ ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 กำหนดให้สัตว์เลี้ยงที่ฉีดฝังไมโครชิปแล้ว ต้องไปดำเนินการจดทะเบียนสัตว์ด้วยเสมอ

Q: ฝังไมโครชิปมาจากต่างประเทศ นำมาจดทะเบียนในไทยได้หรือไม่?

ได้ แต่ต้องนำสัตว์เลี้ยงไปตรวจรหัส ที่คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร หากรหัสไมโครชิปผ่านการรับรองมาตรฐานสากล The International Committee for Animal Recording (ICAR) จะสามารถจดทะเบียนได้ทันที หากไม่ผ่านมาตรฐาน จะต้องฉีดฝังไมโครชิปใหม่ให้ถูกต้อง

Q: หากไม่ฝังไมโครชิปหรือไม่จดทะเบียน มีโทษอย่างไร?

หากไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัติ จะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (มาตรา 29) ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกิน 25,000 บาท

4. หาก "สัตว์เลี้ยงหาย" ต้องทำอย่างไร?

หากสุนัขหรือแมวที่ฝังไมโครชิปหลุดหายไป เจ้าของมีหน้าที่ตามกฎหมายดังนี้:

การแจ้งหาย: ต้องแจ้งต่อ คลินิกสัตวแพทย์ กรุงเทพมหานคร, สำนักงานเขต หรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 3 วัน (ตามแบบ คลส.4)

เมื่อพบตัวแล้ว: ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบ ภายใน 3 วัน เช่นเดียวกัน

5. ข้อควรระวังในการฝังไมโครชิป

ต้องทำโดยสัตวแพทย์เท่านั้น: เพื่อป้องกันปัญหาการฝังผิดตำแหน่ง หรือชิปเคลื่อนตัวในร่างกาย

ผลข้างเคียง: สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจมีอาการแพ้หรือเกิดพังผืดเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด แต่พบได้น้อยมาก

การฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ของ กทม. ในปี 2569 เท่านั้น แต่คือการ "แสดงความรับผิดชอบ" และมอบความคุ้มครองที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงของเรา เพื่อให้พวกเขามีโอกาสได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยหากเกิดเหตุการณ์พลัดหลงขึ้น