บังคับใช้ข้อบัญญัติใหม่ในปี 2569 ให้เจ้าของต้องนำสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) ไป จดทะเบียนและฝังไมโครชิป พร้อมควบคุมจำนวนการเลี้ยงตามขนาดพื้นที่อาศัย
บทความนี้ได้รวบรวมข้อควรรู้ ประโยชน์ของการฝังไมโครชิป ขั้นตอนเมื่อสัตว์เลี้ยงสูญหาย และข้อกฎหมายสำคัญ เพื่อให้เจ้าของเตรียมความพร้อมกัน
ไมโครชิป คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าว ผลิตจากวัสดุพิเศษที่มีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และคงไมโครชิปไว้ในร่างกายสัตว์ได้ตลอดชีวิต
ตำแหน่งและวิธีการฝัง: สัตวแพทย์จะทำการฉีดฝังไมโครชิปไว้บริเวณ ด้านหลังคอ ของสัตว์เลี้ยง โดยไม่จำเป็นต้องวางยาสลบ (สัตว์เลี้ยงอาจรู้สึกตกใจเพียงเล็กน้อย)
สัตว์ที่แนะนำ: สุนัข แมว นก ฯลฯ แนะนำให้เริ่มฝังเมื่อสัตว์มีอายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป สุขภาพแข็งแรง และอยู่ในช่วงที่ควบคุมได้ง่าย
ข้อมูลในไมโครชิป: เปรียบเสมือน "บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง" โดยเก็บเลขรหัสประจำตัวที่ไม่ซ้ำกัน 15 หลัก ซึ่งใช้เป็นกุญแจสำหรับไขเข้าไปดูฐานข้อมูลสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่:
ข้อมูลสัตว์เลี้ยง: ชื่อ, สายพันธุ์, เพศ, สี, อายุ
ข้อมูลเจ้าของ: ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้จริง
ข้อมูลโรงพยาบาล/คลินิก: สถานที่ทำการฝังไมโครชิป
ป้องกันการสูญหาย พลัดหลง หรือถูกขโมย: หากมีผู้พบเห็นสัตว์เลี้ยง สามารถสแกนอ่านรหัสเพื่อติดต่อคืนเจ้าของได้ง่าย
ยืนยันความเป็นเจ้าของ: ใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้อย่างชัดเจน หากเกิดข้อพิพาทเรื่องสิทธิ์ในการเลี้ยงดู
ใช้ยืนยันสายพันธุ์และการซื้อขาย: สามารถใช้ยืนยันตัวตนทดแทนใบเพ็ดดีกรี (Pedigree) ในการซื้อขายสัตว์เลี้ยง
จำเป็นสำหรับการเดินทางต่างประเทศ: หลายประเทศทั่วโลกกำหนดให้สัตว์เลี้ยงต้องฝังไมโครชิปก่อนอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ
ใช้งานได้ตลอดชีวิต: ไม่สูญหาย หลุด หรือชำรุดเหมือนป้ายชื่อห้อยคอทั่วไป
ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ GPS: ไมโครชิป "ไม่มีระบบ GPS" จึงไม่สามารถระบุพิกัดตำแหน่งของสัตว์เลี้ยงแบบ Real-time ได้ แต่ทำหน้าที่ระบุตัวตนและข้อมูลเจ้าของเมื่อมีผู้สแกนตรวจพบเท่านั้น
ไม่ได้ ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 กำหนดให้สัตว์เลี้ยงที่ฉีดฝังไมโครชิปแล้ว ต้องไปดำเนินการจดทะเบียนสัตว์ด้วยเสมอ
ได้ แต่ต้องนำสัตว์เลี้ยงไปตรวจรหัส ที่คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร หากรหัสไมโครชิปผ่านการรับรองมาตรฐานสากล The International Committee for Animal Recording (ICAR) จะสามารถจดทะเบียนได้ทันที หากไม่ผ่านมาตรฐาน จะต้องฉีดฝังไมโครชิปใหม่ให้ถูกต้อง
หากไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัติ จะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (มาตรา 29) ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกิน 25,000 บาท
หากสุนัขหรือแมวที่ฝังไมโครชิปหลุดหายไป เจ้าของมีหน้าที่ตามกฎหมายดังนี้:
การแจ้งหาย: ต้องแจ้งต่อ คลินิกสัตวแพทย์ กรุงเทพมหานคร, สำนักงานเขต หรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 3 วัน (ตามแบบ คลส.4)
เมื่อพบตัวแล้ว: ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบ ภายใน 3 วัน เช่นเดียวกัน
ต้องทำโดยสัตวแพทย์เท่านั้น: เพื่อป้องกันปัญหาการฝังผิดตำแหน่ง หรือชิปเคลื่อนตัวในร่างกาย
ผลข้างเคียง: สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจมีอาการแพ้หรือเกิดพังผืดเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด แต่พบได้น้อยมาก
การฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ของ กทม. ในปี 2569 เท่านั้น แต่คือการ "แสดงความรับผิดชอบ" และมอบความคุ้มครองที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงของเรา เพื่อให้พวกเขามีโอกาสได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยหากเกิดเหตุการณ์พลัดหลงขึ้น