เชื่อว่าทาสหมาหลายคนคงเคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์เดียวกัน นั่นคือการถูกสายตาอ้อนวอนคู่นั้นจ้องมองในขณะที่คุณกำลังรับประทานอาหารอร่อยๆ ความรักและความสงสารมักทำให้เราใจอ่อน ยื่นอาหารบนโต๊ะให้เจ้าตัวแสบเป็นรางวัล แต่รู้หรือไม่ว่าการแบ่งปันความอร่อยด้วยความรัก อาจกลายเป็นการยื่น "ยาพิษ" ให้กับสัตว์เลี้ยงที่คุณรักโดยไม่ตั้งใจ
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าอาหารที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ ย่อมดีต่อร่างกายของสุนัขด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ระบบการย่อยอาหารและกลไกทางชีวเคมีของสุนัขแตกต่างจากคนเราอย่างสิ้นเชิง อาหารบางประเภทแม้ได้รับในปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลรุนแรงถึงขั้นทำให้ระบบอวัยวะล้มเหลวและเสียชีวิตได้
ไซลิทอล (Xylitol) คือสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่นิยมใช้ในหมากฝรั่ง ลูกอม ขนมเค้ก เนยถั่วบางยี่ห้อ หรืออาหารลดน้ำหนัก เมื่อสุนัขได้รับสารชนิดนี้ ร่างกายของมันจะเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำตาลจริง และหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง สุนัขจะมีอาการเดินเซ อาเจียน ชัก และหากได้รับในปริมาณมาก อาจเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันจนเสียชีวิตได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ ไวน์ เหล้า หรือแม้แต่อาหารที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สารมึนเมาเหล่านี้ส่งผลเสียต่อตับและสมองของสุนัขในลักษณะเดียวกับมนุษย์ แต่ร่างกายของสุนัขขจัดแอลกอฮอล์ได้ช้ากว่ามาก เพียงได้รับปริมาณนิดเดียวก็สามารถทำให้เกิดอาการท้องร่วง อาเจียน หายใจลำบาก เกิดภาวะเลือดเป็นกรด โคม่า และหัวใจหยุดทำงานได้
ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของสด สุก ผงปรุงรส หรือเป็นส่วนผสมในน้ำซุป หอมและกระเทียมมีสารประกอบออร์กาโนซัลโฟไซด์ (Organosulfoxides) ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายเม็ดเลือดแดงของสุนัขโดยตรง ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงแตก และทำให้การลำเลียงออกซิเจนในร่างกายล้มเหลว สุนัขจะมีอาการอ่อนแรง ซึม อาเจียน หายใจหอบ และเกิดภาวะโลหิตจางรุนแรงตามมา
ในช็อกโกแลตมีสารที่ชื่อว่า ธีโอโบรมีน (Theobromine) ส่วนในชาและกาแฟมีสารคาเฟอีน สารทั้งสองชนิดนี้กระตุ้นระบบประสาทและหัวใจของสุนัขอย่างรุนแรง ทำให้เซลล์ประสาททำงานตื่นตัวตลอดเวลา สุนัขจะมีอาการกระวนกระวาย หายใจหอบ ปัสสาวะบ่อย หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชัก และอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว โดยเฉพาะการกินดาร์กช็อกโกแลตที่มีความเข้มข้นสูงจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
องุ่นและลูกเกดจัดเป็นอาหารอันตรายขั้นรุนแรงที่ผู้เลี้ยงหลายคนมองข้าม แม้สุนัขจะได้รับประทานเพียงแค่ไม่กี่เม็ด ก็สามารถส่งผลให้เกิดภาวะ "ไตวายเฉียบพลัน" ได้ โดยอาการเริ่มต้นจะแสดงผลภายใน 24 ชั่วโมง สุนัขจะเริ่มอาเจียน ท้องเสีย ซึม ซูบผอม ปวดท้องอย่างรุนแรง และเมื่อเข้าสู่ภาวะไตวาย ร่างกายจะไม่สามารถผลิตปัสสาวะได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะจบลงด้วยการเสียชีวิต
สุนัขส่วนใหญ่เมื่อโตขึ้น ร่างกายจะเลิกผลิตเอนไซม์สำหรับย่อยน้ำตาลแลคโตส (Lactose) ที่อยู่ในนมวัว การให้สุนัขดื่มนมวัวหรือกินชีส จะทำให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้ท้องอืด ท้องร่วง อาเจียน นอกจากนี้ นมวัวยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สุนัขเกิดอาการแพ้อาหาร เกิดผื่นคัน และผิวหนังอักเสบตามมา
ถั่วแมคคาเดเมียทั้งแบบดิบและแบบคั่ว มีสารพิษที่ส่งผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อของสุนัขโดยตรง เพียงแค่รับประทานเข้าไปประมาณ 6 เม็ด สุนัขจะเริ่มแสดงอาการกล้ามเนื้อเกร็งสั่น ตัวร้อน มีไข้สูง อาเจียน และขาหลังอ่อนแรงจนไม่สามารถเดินได้ และหากกินร่วมกับช็อกโกแลต อาการจะยิ่งรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต
แม้เนื้อของผลไม้บางชนิดสุนัขจะสามารถรับประทานได้ แต่ส่วนของ "เมล็ด" ด้านในของลูกพีชและลูกพลัมเป็นสิ่งที่ไม่ควรให้สุนัขเข้าใกล้ นอกจากขนาดของเมล็ดที่ใหญ่จนอาจเข้าไปอุดตันในลำไส้แล้ว บริเวณเมล็ดด้านในยังมีสารไซยาไนด์ (Cyanide) ซึ่งเป็นพิษร้ายแรงต่อร่างกาย รบกวนการทำงานของระบบเซลล์ และทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนอย่างฉับพลัน
การเปลี่ยนนิสัยจากการยื่นอาหารบนโต๊ะ มาเป็นการให้ขนมสำหรับสุนัขโดยเฉพาะในปริมาณที่เหมาะสม การแสดงความรักด้วยการกอด พาไปเดินเล่น หรือเล่น toys ร่วมกัน คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
หากพบว่าสุนัขแอบกินอาหารต้องห้ามเหล่านี้เข้าไป ข้อสำคัญคือ "อย่ารอให้แสดงอาการ" เพราะเมื่อสารพิษดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว การรักษาจะทำได้ยากขึ้น ให้รีบติดต่อหรือพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทันที พร้อมแจ้งชนิดอาหารและปริมาณที่สุนัขกินเข้าไป เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที