blogpic1

อาหารหมู กินอย่างไรให้โตไว

  • สัตว์ขนาดใหญ่
  • ThaiPet
  • 26 Jun, 2026
  • 3

อาหารหมู กินให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ และสุขภาพดีทำยังไง

หมูขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่กินง่ายและกินได้แทบทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริงของการทำปศุสัตว์หรือการเลี้ยงหมูให้ได้มาตรฐานนั้น "อาหารหมู" ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด เพราะต้นทุนในการเลี้ยงหมูกว่า 60-70% นั้นมาจากค่าอาหาร การเข้าใจว่าหมูต้องการสารอาหารแบบไหนในแต่ละช่วงวัย จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้หมูโตไว เนื้อแน่น และมีสุขภาพแข็งแรง

ส่วนผสมหลักในอาหารหมูมีอะไรบ้าง?
อาหารหมูสำเร็จรูปหรืออาหารที่ผู้เลี้ยงผสมเองส่วนใหญ่ จะต้องประกอบด้วยวัตถุดิบหลัก 4 กลุ่ม เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน:แหล่งพลังงาน (คาร์โบไฮเดรต) ได้จากพืชตระกูลสารอาหารแป้ง เช่น รำข้าว, ข้าวโพดบด, ปลายข้าว และมันสำปะหลัง ซึ่งช่วยให้หมูมีพลังงานในการเจริญเติบโตและสร้างไขมันที่อบอุ่นแก่ร่างกายแหล่งโปรตีน (สร้างกล้ามเนื้อ) เป็นส่วนสำคัญมากในการเพิ่มน้ำหนัก เนื้อแดง และโครงสร้าง ร่างกาย วัตถุดิบหลักคือ กากถั่วเหลือง, ปลาป่น และใบกระถินป่น วิตามินและแร่ธาตุ หมูต้องการแคลเซียมและฟอสฟอรัสเพื่อบำรุงกระดูก รวมถึงวิตามินต่างๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยผู้เลี้ยงมักจะผสม พรีมิกซ์ (Premix) หรือแร่ธาตุรวมลงไปด้วย
น้ำสะอาด สิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด หมูต้องการน้ำสะอาดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยในการย่อยอาหารและปรับอุณหภูมิในร่างกาย

จากเด็กสู่ผู้ใหญ่ อาหารหมูตามช่วงอายุ

หมูในแต่ละช่วงวัยมีความต้องการสารอาหารที่ไม่เท่ากัน การให้อาหารจึงต้องแบ่งเป็นสูตรอย่างชัดเจน ดังนี้:
1. หมูนม / หมูอนุบาล (อายุ 2-6 สัปดาห์)
ช่วงนี้ระบบย่อยอาหารของลูกหมูยังพัฒนาไม่เต็มที่ อาหารจึงต้อง ย่อยง่ายและมีโปรตีนสูงมาก (ประมาณ 20-22%) มักใช้หางนมผง ยาต้านจุลชีพเพื่อป้องกันท้องเสีย และทำเป็นอาหารเม็ดเล็กๆ ที่มีกลิ่นหอมชวนกิน
2. หมูรุ่น (น้ำหนัก 30-60 กิโลกรัม)
เป็นช่วงที่หมูกำลังโครงสร้างขยายและสร้างกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว อาหารช่วงนี้จะเน้น โปรตีนปานกลาง (ประมาณ 16-18%) เพื่อเร่งการเจริญเติบโตให้ได้ตามเกณฑ์
3. หมูขุน (น้ำหนัก 60-100 กิโลกรัมขึ้นไป)
ช่วงนี้หมูใกล้จะจับส่งตลาดแล้ว การให้อาหารจะปรับลดโปรตีนลงเหลือประมาณ 14-15% แต่จะ เน้นพลังงาน (คาร์โบไฮเดรต) เพื่อเพิ่มเนื้อแดงและชั้นไขมันให้ได้น้ำหนักตามที่ตลาดต้องการ
4. หมูแม่พันธุ์ (แม่พันธุ์อุ้มท้องและเลี้ยงลูก)
ต้องการสารอาหารที่สมดุลมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงเลี้ยงลูก เมนูอาหารต้องมีแคลเซียมและโปรตีนสูงเพื่อผลิตน้ำนมให้เพียงพอกับลูกหมูครอกใหญ่
ทางเลือกเสริม อาหารลดต้นทุนสำหรับเกษตรกร

นอกจากอาหารเม็ดสำเร็จรูปแล้ว ปัจจุบันเกษตรกรนิยมใช้ "อาหารลดต้นทุน" หรืออาหารหมักชีวภาพ เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
เช่น: หยวกกล้วยหมัก นำหยวกกล้วยมาสับ ผสมกากน้ำตาลและรำข้าว หมักทิ้งไว้ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้หมู ทำให้หมูอารมณ์ดีและระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี
เศษอาหารจากร้านอาหาร (Food Waste) สามารถนำมาเลี้ยงหมูได้ แต่มีข้อควรระวังสำคัญคือ ต้องต้มให้สุกผ่านความร้อนก่อนเสมอ เพื่อทำลายเชื้อโรคและแบคทีเรียที่อาจทำให้หมูเจ็บป่วย
สิ่งที่ "ห้าม" ให้หมูกินเด็ดขาด!
แม้หมูจะกินเก่ง แต่ก็มีอาหารบางประเภทที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของมัน เช่น:
อาหารที่มีเชื้อรา ข้าวโพดหรือรำข้าวที่ชื้นจนขึ้นรา มีสารพิษอะฟลาท็อกซินที่ทำลายตับหมูอย่างรุนแรง
อาหารที่เค็มจัด อาหารที่มีเกลือสูงเกินไปจะทำให้หมูเกิดภาวะโซเดียมเป็นพิษและขาดน้ำเฉียบพลัน
พืชพิษสดๆ เช่น มันสำปะหลังดิบ (ต้องผ่านการตากแห้งหรือทำให้สุกก่อนเพื่อไล่สารไซยาไนด์)